วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2560

วันจันทร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560

ความรู้ที่ได้รับ


        ในวันนี้ดิฉันได้ออกไปพูดเรื่อง บทความที่เกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย ดิฉันได้พูดบทความของคุณ ศิริกุล อิศรานุรักษ์ และคุณ ปราณี สุทธิสุคนธ์ ทั้ง 2 ท่านเป็นนักวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลท่านได้กล่าวไว้ว่า "ก่ีอบรมเลี้ยงดูเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กมีการเจริยเติบโต และพัฒนาการอย่างองค์รวม การอบรมเลี้ยงดูครอบครุมถึงการแนะนำสั่งสอนฝึกฝน ที่มุ่งให้เด็กประพฤติดี มีระเบียบวินัย รู้จักควบคุมตนเอง มีความรับผิดชอบ และการดูแลเพื่อตอบสนองความต้องการของเด็กทั้งกายและใจ โดยมุ่งให้เด็กมีสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรงไม่มีโรค ไม่พิการ อารมณ์แจ่มใส สติปัญญาดี มีความเฉลียว-ฉลาด และมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้อื่น การที่เด็กจะเจริญเติบโตและมีพัฒนาการอย่างองค์รวมได้นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักสำคัญ 2 ประการ คือพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งการอบรมเลี้ยงดูนับเป็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของเด็ก


           และหลังจากที่ดิฉันพูดบทความเสร็จคุณครูได้ให้แบ่งกลุ่มให้ได้ 4 กลุ่ม เพื่อแสดงบทบาทสมมุติในเรื่องการอบรมเลี้ยงดูมี 4 รูปแบบ คือ การเลี้ยงดูแบบประชาธิบไตย การเลี้ยงดูแบบคาดหวังมากเกินไป การเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลย การเลี้ยงดูแบบถนุถนอมมากเกินไป กลุ่มของดิฉันได้หัวข้อที่ 2 คือการเลี้ยงดูแบบคาดหวังมากเกินไป พ่อแม่มักมีความคาดหวังต่อตัวลูก ซึ่งพ่อแม่ที่เข้าใจจะสามารถยอมรับลูกตามพัฒนาการตามวัย นอกจากอายุและพัฒนาการตามวัย เด็กอาจมีลักษณะที่แตกต่างกันระหว่างบุคคล การยอมรับและเข้าใจ ช่วยให้พ่อแม่ฝึกลูกเรียนรู้ทักษะต่างๆ เช่น การขับถ่าย การรับประทานอาหาร การแต่งตัว แต่ถ้าความคาดหวังของพ่อแม่ที่มีต่อลูกเป็นความคาดหวังที่มากเกินไป เช่น ความคาดหวังว่าลูกจะเรียบร้อย เชื่อฟังตลอดเวลา เมื่อลูกไม่เป็นไปตามที่หวัง ทำให้พ่อแม่ผิดหวังและเกิดความขัดแย้งในการดูแลลูก และใช้อารมณ์ในการเลี้ยงดูลูก
ประเมินตนเอง :ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน ร่าเริงแจ่มใส
ประเมินเพื่อน  :ตั้งใจฟัง ไม่พูดคุย ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม
ประเมินคุณครู :ใจดี เป็นกันเอง สอนเข้าใจ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น