วันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ความรู้ที่ได้รับ


                วันนี้เป็นวันเรียนชดเชย คุณครูได้ทบทวนบทเรียน และบอกแนวข้อสอบให้ไปอ่าน บแกว่าข้อสอบมีกี่ข้อเกณ์การให้คะแนน และให้ส่งใบปั้มเข้าห้องเรียน

ประเมินตนเอง :ตั้งใจฟังแนวข้อสอบ
ประเมินเพื่อน  :ตั้งใจฟัง ไม่คุยกัน
ประเมินคุณครู :ใจดี เป็นกันเอง ร่าเริงแจ่มใส




วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2560

ความรู้ที่ได้รับ


             วันนี้คุณครูได้พูดสรุปจากครั้งที่แล้ว ที่ได้ทำอาหารว่าของแต่ละกลุ่มเป็นอย่างไร และพูดถึงภาพรวมทั้งหมด และได้นัดหมายวันเรียนชดเชยเพื่อบอกแนวข้อสอบ


                 และแต่ละกลุ่มก็ได้ออกไปพรีเซนในหัวข้อการไปสัมภารณ์ครูปฐมวัย ว่าเป็นอย่างไรบ้าง โดยแสดงแบบบทบาทสมมุติ กลุ่มของดิฉันได้สัมภาษณ์ครูสอนอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลนนทบุรี แต่ไม่ได้ไปโรงเรียนเนื่องจากเวลามีน้อย

ประเมินตนเอง :ตั้งใจฟัง และตั้งใจพรีเซนงาน
ประเมินเพื่อน  :ตั้งใจฟัง ไม่คุยกัน ตั้งใจพรีเซนงาน
ประเมินคุรครู  :ใจดี เป็นกันเอง ร่าเริงแจ่มใส






วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2560

ความรู้ที่ได้รับ


        วันนี้ไม่ได้เป็นวันเรียนปกติ แต่คุณครูได้ให้แบ่งกลุ่มเป็น 2 กลุ่มเพื่อที่จะให้ทำอาหารสำหรับเด็กปฐมวัย กลุ่มของดิฉันทำ ข้าวผัดอเมริกัน กล้วยบวชชี และกล้วยชุปช็อคโกแลต ในการทำครั้งนี้ทำให้ดิฉันรู้ว่าการทำอาหารเด็กนั้นไม่คำนึงถึงรสชาติแตะจะเน้นประโยชน์ของสารอาหารมากกว่า และอาหารเด็กห้ามใส่พวกรสดี หรือผงชูรส และในการทำอาหารครั้งนี้ทำให้เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในกลุ่มรู้จักกันทำงานเป็นกลุ่ม ทำให้เราสามัคคีกันมากขึ้น และยังอิ่มอีกด้วยค่ะ

ประเมินตนเอง :ตั้งใจทำอาหาร ช่วยเหลือเพื่อนๆในกลุ่ม
ประเมินเพื่อน  :ตั้งใจทำอาหารกันทุกคน อาจจะมีบางคนเล่นแต่ก็ยังช่วย
ประเมินคุณครู :น่ารัก ทำอาหารอร่อย ใจดี เป็นกันเอง

วันศุกร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2560

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560

ความรู้ที่ได้รับ


        วันนี้คุณครูเริ่มต้นการเรียนด้วยการให้นักศึกษาออกมาพูดบทความเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเช่นเคย แต่อาทิตย์นี้เพื่อนๆออกไปพูดกันจะครบทุกคนแล้ว เหลือเพียง 1 คนเท่านั้น จากที่เพื่อนๆพูดมาหลายๆครั้งแต่ละบทความแตกต่างกันไปบ้าง คล้ายคลึงบ้าง ทำให้ดิฉันมีความใหม่มากขึ้น


        และหลังจากที่เพื่อนๆพูดบทความเสร็จ วันนี้คุณครูสอนในหัวข้อเรื่อง อาหารและโภชนาการสำหรับเด็ก เด็กแต่ละวัยกินอาหารแต่ต่างกัน และผู้ใหญ่ต้องคำนึงถึงความสะอาดของอาหาร และประโยชน์ของอาหารนั่นๆ 

ประเมินตนเอง  :ร่าเริง ตั้งใจฟังครู ไม่คุยกับเพื่อน
ประเมินเพื่อน   :ร่าเริง ตั้งใจเรียน ไม่ส่งเสียงดัง
ประเมินคุณครู  :เป็นกันเอง ใจดี สอนเข้าใจ


วันศุกร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560

วันจันทร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2560

ความรู้ที่ได้รับ


       วันนี้คุณครูเริ่มต้นการสอนด้วยการให้นักศึกษา ออกไปพูดเรื่อง "บทความเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดู" เพื่อนๆออกไปพูด บทความของแต่ละคนแตกต่างกันไป ทำให้ได้ความรู้ที่แปลกใหม่เพิ่มขึ้น


       หลังจากที่นักศึกษาพูดเรื่องบทความเสร็จแล้วคุณครูได้สอนเรื่อง การเลี้ยงเด็กยังไงให้สมองดี เช่น กินอาหารดี คื่มนำ้มากๆ นอนหลับเพียงพอ กระตุ้นประสาทสัมผัสผ่านการลงมือ เล่านิทาน การเล่นสี ทำศิลปะ ทำกิจกรรมดนตรี ทำอาหารด้วยกัน เล่นพัฒนาการคิด

ประเมินตนเอง   :ร่าเริง ตั้งใจฟัง ตั้งใจเรียน
ประเมินเพื่อน    :ร่าเริง ไม่คุยกัน ตั้งใจฟัง
ประเมินคุณครู   :ใจดี เป็นกันเอง สอนเข้าใจ





วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2560

วันจันทร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2560

ความรู้ที่ได้รับ


        สำหรับวันนี้คุณครูได้ให้พวกเราสอบกลางภาค โดยมีข้อสอบทั้งหมด 4 ข้อเป็นข้อสอบเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กด้านร่างกายตั้งแต่แรกเกิดจนถึงเดินได้ และพฤติกรรมเด็กเรื่องเพศที่สอดคล้องกับนักทฤษฎี รูปแบบการอบรมเลี้ยงดู นำเสนอกิจกรรมที่เชี่ยงโยงทั้ง 4 ด้าน 
     หลังจากที่สอบเสร็จคุณครูได้ให้แบ่งกลุ่ม โดยให้งานไปสัมภาษณ์คุณครูปฐมวัย ในโรงเรียนที่อยากจะไป โดยที่มีหัวข้อการสัมภาษณ์มาให้

ประเมินตนเอง :ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน ร่าเริงแจ่มใส
ประเมินเพื่อน  :ตั้งใจฟัง ไม่พูดคุย ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม
ประเมินคุณครู :ใจดี เป็นกันเอง สอนเข้าใจ


วันจันทร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560

ความรู้ที่ได้รับ


        ในวันนี้ดิฉันได้ออกไปพูดเรื่อง บทความที่เกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย ดิฉันได้พูดบทความของคุณ ศิริกุล อิศรานุรักษ์ และคุณ ปราณี สุทธิสุคนธ์ ทั้ง 2 ท่านเป็นนักวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลท่านได้กล่าวไว้ว่า "ก่ีอบรมเลี้ยงดูเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กมีการเจริยเติบโต และพัฒนาการอย่างองค์รวม การอบรมเลี้ยงดูครอบครุมถึงการแนะนำสั่งสอนฝึกฝน ที่มุ่งให้เด็กประพฤติดี มีระเบียบวินัย รู้จักควบคุมตนเอง มีความรับผิดชอบ และการดูแลเพื่อตอบสนองความต้องการของเด็กทั้งกายและใจ โดยมุ่งให้เด็กมีสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรงไม่มีโรค ไม่พิการ อารมณ์แจ่มใส สติปัญญาดี มีความเฉลียว-ฉลาด และมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้อื่น การที่เด็กจะเจริญเติบโตและมีพัฒนาการอย่างองค์รวมได้นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักสำคัญ 2 ประการ คือพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งการอบรมเลี้ยงดูนับเป็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของเด็ก


           และหลังจากที่ดิฉันพูดบทความเสร็จคุณครูได้ให้แบ่งกลุ่มให้ได้ 4 กลุ่ม เพื่อแสดงบทบาทสมมุติในเรื่องการอบรมเลี้ยงดูมี 4 รูปแบบ คือ การเลี้ยงดูแบบประชาธิบไตย การเลี้ยงดูแบบคาดหวังมากเกินไป การเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลย การเลี้ยงดูแบบถนุถนอมมากเกินไป กลุ่มของดิฉันได้หัวข้อที่ 2 คือการเลี้ยงดูแบบคาดหวังมากเกินไป พ่อแม่มักมีความคาดหวังต่อตัวลูก ซึ่งพ่อแม่ที่เข้าใจจะสามารถยอมรับลูกตามพัฒนาการตามวัย นอกจากอายุและพัฒนาการตามวัย เด็กอาจมีลักษณะที่แตกต่างกันระหว่างบุคคล การยอมรับและเข้าใจ ช่วยให้พ่อแม่ฝึกลูกเรียนรู้ทักษะต่างๆ เช่น การขับถ่าย การรับประทานอาหาร การแต่งตัว แต่ถ้าความคาดหวังของพ่อแม่ที่มีต่อลูกเป็นความคาดหวังที่มากเกินไป เช่น ความคาดหวังว่าลูกจะเรียบร้อย เชื่อฟังตลอดเวลา เมื่อลูกไม่เป็นไปตามที่หวัง ทำให้พ่อแม่ผิดหวังและเกิดความขัดแย้งในการดูแลลูก และใช้อารมณ์ในการเลี้ยงดูลูก
ประเมินตนเอง :ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน ร่าเริงแจ่มใส
ประเมินเพื่อน  :ตั้งใจฟัง ไม่พูดคุย ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม
ประเมินคุณครู :ใจดี เป็นกันเอง สอนเข้าใจ